คางคก ที่ใคร ๆ กลัวว่ามีพิษ หาคนทำยากกว่ากบ แต่ก็อุตส่าห์มีคลิปวิธีทำซะด้วยนะ
 
 
 
แต่เมนูแปลก ๆ ของคนรุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สองน่ะ 
เค้าเอา คางคก มาทำของหวาน !  (ใครยังไม่อ่าน คลิกไปดูภาคแรกก่อนจ้ะ) 
 
แจมเคยเล่าให้บรรดาคอเหล้า พวกเปิบพิสดาร ยังส่ายหัวไม่เคยได้ยิน
แถมยกนิ้วให้ด้วยว่า..ต้องเจ๋งจริงถึงเอามาทำ...
 
“คางคกต้มลูกเดือย”
 
*** ขออภัย ไม่มีรูปนะจ๊ะ เพราะเป็นเรื่องเล่า ***
**** อ่าน..แต่อย่าทำนะเออ****

วิธีทำำ ที่ "อาอึ้ม" พอจำได้คร่าว ๆ (แบบเด็ก ๆ ที่ไม่ใส่ใจเรื่องทำ..รอหม่ำอย่างเดียว)

  • พอได้คางคกมาก็...Tongue out...เข้าใจนะ
  • จากนั้นก็ จับคางคกหงายท้อง ดึงหนังให้ตึง ๆ แล้วเอามีดกรีด..Foot in mouth   ดึงหนังออก ปรื้ดดดด..ด..ด 
  • แก้ผ้า..เอ้ย ลอกหนังวางไว้แล้ว ก็ดึงเส้น ... ?  ตรงช่วงใกล้ ๆ ท้อง ซึ่งอาอึ้มก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเส้นที่ทำให้เมา หรือ ทำให้เหม็นคาว
  • ล้างและหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
  • นำคางคกไปต้มกับ “ลูกเดือย”  ใส่น้ำตาล
ถึงเวลาผ่านมานานนักหนาแล้ว แต่อาอึ้มยังจำได้ว่า อร่อย  ไม่คาว !
ตามประสาเด็ก ๆ ที่ได้ชิมของแปลก และยังได้ของติดมือ คือ
 
ของแถม  หนังคางคกเปียก ๆ ที่ดึงกองไว้ อากู๋ก็เอามาขึงบน "กระป๋องนม" ที่เด็ก ๆ เตรียมมา พอแห้งก็จะตึงเปรี๊ยะ ใช้ไม้ที่ปั้นดินเหนียวพอกปลายไว้ มาตีเป็น "กลองหนังคางคก" เสียงดังกังวาน สนุกสนานกันอีก

สรรพคุณ

        อ๊ะ..อ๊ะ..ไม่ใช่แค่แปลกตรงที่ เอา “คางคก” มาทำเป็น “ของหวาน”   ต่างจากชาวบ้านเท่านั้น  แต่ยังช่วยรักษาโรคผิวหนังได้ ด้วย ซึ่งก็มีคนทำทานแล้วหายจริง ๆ นะ แต่เสียดายตรงที่อาอึ้มเรียกชื่อโรคไม่ถูกอ่ะ อธิบายแต่ลักษณะ คือ ผิวบางช่วง เช่น ต้นคอ แขน ขา จะเป็นสีขาว ๆ (อาอึ้มว่า ไม่ใช่ “เกลื้อน” ซึ่งจะเป็นขุย) ผิวยังเรียบปกติ เพียงแต่เป็นสีขาวต่างจากผิวส่วนอื่นเท่านั้น 

        แจมเดาว่าอาจ รักษา"โรคด่างขาว" มั้ง ที่แน่ ๆ มียาจากคางคกด้วย

การนำคางคกมาทำยา

ยาเรื้อนปากปิง เรื้อนเป็นดั่งฝีมะอากนั้นแหละ ตัวผู้กินยาวไป ตัวแม่เป็นวงไป ใส่อะไรก็บ่รู้จะยา ให้เอามะลืมลาย ลืมดำเผาเป็นถ่านแล้วเอาน้ำลายคนเรา น้ำลายส้มตอนเช้ายิ่งดีเป็นน้ำใส่บ่หาย เอากบมาแช่น้ำเอายาใส่ทา ไม่ได้กบเอา คางคก แช่น้ำยาใส่ บ่ได้คางคกเอาอึ่งมาแช่น้ำยาทาเทอะหายฯ     
 
                     จาก  เว็บตำรับยาไทย  - ตำรายาเมืองเหนือ
 
ประโยชน์ของลูกเดือย
  • ในตำรายาจีนกล่าวว่า ลูกเดือย รสชุ่มจืด เย็น แก้ร้อนใน บำรุงอวัยวะภายในอื่น ๆ อีกเพียบ
  • แค่ ลูกเดือยต้มน้ำตาล ของหวานที่คงเคยเห็นกันชินตาเนี่ย ก็แก้ร้อนในได้
  • ให้พลังงานแก่ร่างกายสูง จึงมีสรรพคุณในการบำรุงกำลัง
  • มีวิตามินและแร่ธาตุเยอะแยะ  รวมทั้ง วิตามินบีหนึ่งสูง จึงช่วยแก้เหน็บชาตามความเชื่อของชาวจีน
                      ที่สำคัญ   ***   มี สรรพคุณในการรักษาโรคหูดที่มักจะเป็นเรื้อรัง ซึ่งอาจเป็นเพราะสารจากลูกเดือยมีฤทธิ์ทำให้เลือดมาเลี้ยงที่ผิวหนังดีขึ้น หรือจากฤทธิ์ยังยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก
 
อ่านละเอียดที่    babyblues.exteen.com

   เป็นไงบ้างเอ่ย เมนูประหลาดของคนสมัยก่อน ที่เอามาเล่านี่ไม่ใช่ชอบ หรือ สนับสนุนให้เปิบพิสดารนะ เพียงแต่เห็นว่าแปลก และอยากบันทึกไว้ให้เด็กรุ่นหลังที่ไม่มีโอกาสคุยกับคนรุ่นเก่า ๆ ได้รู้บ้าง เมื่อไหร่ได้ฟัง และมีอารมณ์จะเขียน ก็จะมาเล่าสู่กันฟังอีกจ้า

  ***** สัมภาษณ์อาอึ้มเพิ่มเติม หลังจาก @gandhatsuba   comment

อาอึ้มบอกว่า ไม่เคยกินกบอ่ะ..เลยเปรียบเทียบไม่ได้ แต่รสชาติเหมือนเนื้อไก่ส่วนที่นุ่ม ๆ หน่อย และตรงใกล้ ๆ ขาก็มีกระดูกกรุบ ๆ  sad smile เนื้อหวานอร่อย (น้ำตาลด้วยป่าว) สุดท้าย..ก็รำพึงว่า ตอนนี้มานึก ๆ ดู ก็สงสารนะ ช่วงที่เค้าทำน่ะ....  (แต่ตอนนั้นยังเด็ก ๆ น่ะเนอะ อาอึ้มเนอะ <-- อันนี้แจมว่าเอง ) ตะก่อน แจมยังลองมาหมดละ ทั้งรถด่วน, ปาทังก้า, ลูกกวาง (อันนี้เค้าไม่บอกก่อน แต่อร่อยมาก...ตอนกินน่ะ)

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! question angry smile

#5 By Dhammapanja on 2012-10-24 01:23

ขอบคุณมากๆครับ อุส่าไปเอาข้อมูลเพิ่มเติมมาฝาก big smile
@gandhatsuba ไปสัมภาษณ์เพิ่มเติมมาละจ้า open-mounthed smile  

#3 By แจม on 2012-10-11 19:20

เวลาผ่านมานาน...มาก sad smile อาอึ้มจำได้แค่ไม่คาวแน่นอน..รสชาติออกหวาน ๆ เท่านั้นเองค่ะ

#2 By แจม on 2012-10-10 21:55

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
นึกจินตนาการรสชาดไม่ออกแหะ sad smile
มันจะเหมือนไก่ต้มลูกเดือยมั้ยน้า...เพราะผมเคยกินกบทอดรสชาดเหมือนไก่เลย ไม่รู้คางคกจะเหมือนกันมั้ย?
(แต่พอเอาคางคกมาทำเป็นส่วนประกอบอาหารทำให้นึกถึงพวกแม่มดยังไงไม่รู้นะครับ เหอะๆ)